ชีวิตของผม กับ โหราศาสตร์ ตอนที่ 5 จุดเริ่มต้นเป็นนักพยากรณ์

ชีวิตของผม กับ โหราศาสตร์ ตอนที่ 5

เริ่มเขียนเรื่องการเป็นอาจารย์มาได้ 1 ย่อหน้า แต่คิดได้ว่า ต้องเรียงลำดับชีวิตใหม่ เพราะ ผมเริ่มเป็นนักพยากรณ์ก่อนเป็นอาจารย์สอนโหราศาสตร์

ปี 2530 ผมเริ่มเรียนโหราศาสตร์ยูเรเนียน กับอาจารย์พลตรีประยูร พลอารีย์ และวิชาลายมือ กับอาจารย์ พันเอก(พิเศษ)ปรีชา แดงบุปผา อาจารย์ผู้มีพระคุณแก่ผมทั้ง 2 ท่าน

โดยปกติแล้วนอกจากกิจกรรมการเรียนการสอนโหราศาสตร์ของสมาคมโหรแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมป์ แล้ว มีบริการพยากรณ์ดวงชะตา ด้วย “นักพยากรณ์มืออาชีพ” ที่ให้บริการอยู่รอบระเบียงสมาคมฯ นักพยากรณ์แต่ละท่านมากด้วยวัยวุฒิ และมีประสพการณ์มากมาย เป็นที่เชื่อถือของลูกค้าที่มาใช้บริการทุกวัน โดยเฉพาะ วันเสาร์ และอาทิตย์ที่มีการเรียนการสอน และเป็นวันหยุดราชการ จะมีลูกค้ามากกว่าวันธรรมดาหลายเท่า ดังนั้น สมาคมโหรฯจึงต้อง “สร้าง” นักพยากรณ์ โดยนักเรียนโหราศาสตร์ที่เรียนจบไปแล้วจะสามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพได้ ดังนั้นจึงต้องมีการ “ฝึกงานภาคสนาม”

งานกาชาดสวนอัมพร คือสถานที่ “ฝึกงานภาคสนาม” ตารางการเรียนการสอนของสมาคมโหรฯ ตรงกับตารางการเรียนของโรงเรียนทั่วไป คือ เปิดภาคเรียน เดือนมิถุนายน และปิดภาคเรียน เดือนมีนาคมของปีถัดไป ซึ่งปลายเดือนมีนาคมก็จะเป็นวันเริ่มเปิดงานกาชาดประจำปี ที่สวนอัมพร นักเรียนทุกคนมีสิทธิสมัครเข้าร่วมกิจกรรมนี้ โดย อาจารย์ปรีชา แดงบุปผา เป็นผู้ดูแลกิจกรรมนี้ ผมกับเพื่อนๆก็นึกสนุกที่จะได้ลงสนามจริงหลังจากการเรียนจบในปีแรก ชั่วโมงเรียน 8 เดือน

งานกาชาด สวนอัมพร ปี 2531 วันแรกของงาน พวกเราก็ไปที่ร้านของสมาคมโหรฯในงานกาชาด อย่าสนุกสนาน ตอนเย็นอากาศโพล้เพล้ ผมก็ได้ลูกค้ารายแรก เป็นผู้ชายหนุ่มเดินมาที่โต๊ะของผม นั่งอยู่ตรงหน้าผม ผมก็เริ่มถาม วัน เดือน ปี และ เวลาเกิด เอาแล้วสิ ผมจะเริ่มตรงไหนก่อนดี นี่คือลูกค้าที่เราไม่รู้จัก ไม่ใช่เพื่อนนักเรียนที่เราดูดวงกันเล่นๆสนุกๆ มาตลอด ผมใช้ทุกวิชาความรู้ ตั้งแต่กราฟชีวิต ดูลายมือ คำนวณดวงยูเรเนียน ผสมกันทุกอย่างเพื่อเอาตัวให้รอด เพื่อนๆยืนเชียร์ให้กำลังใจอยู่ข้างๆ จำไม่ได้ว่าดูเรื่องอะไรไปบ้าง แล้วเวลาก็ผ่านไปพร้อมกับลูกค้าที่เดินจากไป ผมไม่รู้หรอกว่า ผลการพยากรณ์เป็นอย่างไรบ้าง ลูกค้าพอใจหรือไม่ แล้ววันนั้น ผมก้ได้ลูกค้าเพียงคนเดียว

ในงานวันนั้นได้ยินเสียงอาจารย์ปรีชาเรียกลูกศิษย์รุ่นพี่ที่เรียนก่อนผม 5 คนพร้อมคำสั่งว่า “ครูขอให้พวกเธอไปช่วยงานพยากรณ์ที่ร้านสมเด็จ เพราะทางนั้นขาดนักพยากรณ์ และขอมา ให้ไปพบผู้ดูแลแล้วบอกว่า ผมให้มา”

เย็นวันรุ่งขึ้น ผมมาถึงงานกาชาด ยังไม่ทันได้นั่ง อาจารย์ปรีชาก็เดินมาหาผม พร้อมคำพูด “วิโรจน์ ช่วยครูหน่อย ครูขอให้ให้เธอไปที่ร้านสมเด็จฯ แล้วบอกว่า ครูให้มา” ผมอึ้งไปทันที “ผมเพิ่งเรียนแค่ปีเดียวนะครับอาจารย์ จะไหวหรือครับ แล้วพวกพี่ๆที่ไปเมื่อวานนี้ล่ะครับ” อาจารย์ปรีชา ตอบมาว่า “ทางร้านสมเด็จโทรมาต่อว่าครู ว่า พวกลูกศิษย์ที่ส่งมาเมื่อวานนี้ วันนี้ไม่มาเลยสักคนเดียว และไม่บอกด้วยว่าไปไหน” รุ้นพี่ที่ไปเมื่อวานนี้ ทุกคนอายุมากกว่าผมทุกคน ผมจึงต้องเก็บอุปกรณ์ของผมเพื่อไปร้านสมเด็จฯตามที่อาจารย์ปรีชามอบหมาย พอผมเดินไปถึงร้านสมเด็จฯ ผมรายงานตัวกับผู้ดูแลร้านฯ ผมเห็นสุภาพสตรีสูงวัย 4 – 5 ท่าน แต่ละท่านแต่งกายดีมาก ทุกท่านมองผมด้วยสายตากังวล เพราะในยุคนั้น หมอดูส่วนใหญ่จะมีอายุมากกว่าผมทั้งนั้น ผมในวัย 32 ปี จึงเป็นสิ่งแปลกตา และความน่าเชื่อถือเรื่องประสพการณ์จะมีหรือ ผมก็เล่าให้ฟังว่า “ผมเพิ่งเรียนมาแค่ปีเดียวครับ” ดังนั้น ผมจึงถูกทดสอบฝีมือด้วยการให้ดูดวงกับสุภาพสตรีท่านหนึ่ง วิชาที่ผมใช้ก้เช่นเดิม ทุกศาสตร์ที่ผมใช้เมื่อวาน วันนี้ก็ใช้เหมือนเดิม ผลการทดสอบ “ลูกค้ากิตติมศักดิ์” พอใจ คืนนั้นผมมีลูกค้าจำไม่ได้ว่ากี่ราย และรู้มาว่า ลูกค้าของผมทุกคน เมื่อออกจากโต๊ะของผม จะถูก “สัมภาษณ์” ทุกราย แต่ผมไม่รู้ว่าลูกค้าแต่ละท่าน ให้ความเห็นอย่างไร

22.00 น. เวลาเลิกงาน “ผู้ดูแลร้าน” เดินมาบอกผมว่า “พรุ่งนี้มาอีกนะ”

ผมจะมาถึงงานกาชาดหลัง 17:00 น . ทุกวัน เพราะผมทำงานประจำ จะมางานกาชาดได้ต้องหลังเลิกงาน 16:00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ผมกลายเป็นนักพยากรณ์ประจำร้านสมเด็จฯตลอดงานกาชาดปี 2531 และไม่ได้กลับไปร้านของสมาคมโหรฯ อีกเลยตลอดชีวิตของการเป็นนักพยากรณ์ ที่ร้านสมเด็จฯ มีนักพยากรณ์ประมาณ10 คน แต่ละคนเป็นหมอดูมากประสพการณ์ อายุมากกว่าผมทุกคน บางคนจะมาเฉพาะวันที่ตนเองว่าง บางคนก็อุทิศตนเองเพื่องานการกุศลเพื่อกาชาด คือมาทุกวัน ส่วนผมเริ่มสนุก และเริ่มเข้าที่แล้ว จึงขยันมาทุกวัน และวันสุดท้ายของงานกาชาด ผู้ดูแลร้าน ถามผมว่า ผมจะมาเร็วกว่านี้ได้มั้ย เพราะมาแต่ตอนเย็น มีเวลาดูดวงแค่ ไม่กี่ชั่วโมง และมีลูกค้ามานั่งรอทุกวัน ผมตอบว่า “ได้ครับ คือต้องทำหนังสือขอตัวผมจากที่ทำงานครับ”  และนี่คือจุดเริ่มต้นของหนังสือขอตัวผมจากภริยาองคมนตรี ประธานร้านสมเด็จ มาถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อขอตัวผมให้ไปเป็นนักพยากรณ์ในงานกาชาด  ทุกปี และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเป็นนักพยากรณ์อาชีพของผม

หมายเหตุ : ร้านสมเด็จองค์สภานายิกา สภากาชาดไทย บริเวณสวนองุ่นในสวยอัมพร ร้านพยากรณ์ดำเนินงานโดยชมรมภริยาตุลาการ เจ้าหน้าที่ผู้ดูแล เป็นภริยาตุลาการย่อมรู้จักกับอาจารย์ปรีชา เพราะ อาจารย์พันเอกปรีชา เป็นตุลาการศาลทหาร คือคนในแวดวงตุลาการเหมือนกัน

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s