การเกิด คือ การตาย แต่การตาย มิใช่การเกิด

คนเรามีชีวิต 1 ชาติกำเนิดเหมือนกัน แต่ 1 ชาติกำเนิดของแต่ละคนมี “ความนาน” ไม่เท่ากัน

ใน 1 ชาติกำเนิดของคนเราล้วนผ่านการเกิดและการตายมาแล้วหลายครั้ง โดยที่เราไม่ได้สังเกตุรู้ คนเราไม่ได้เกิดมาเพียงลำพังตัวเราคนเดียว เราเกิดมาพร้อมกับเชื้อพันธุ์ที่ติดตัวมาจากบรรพบุรุษทั้งสิ้น ถ้าเรียกกันตามภาษาทั่วไปก็คือ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมติดตัวมาทั้งสิ้น กรรมในที่นี้ หมายถึงความเป็นธรรมชาติของเชื้อพันธุ์ที่ถ่ายทอดกันไปรุ่นสู่รุ่น ไม่สิ้นสุด จนกว่าจะมีการตายของเชื้อพันธุ์ที่ไม่มีการสืบต่อนั่นเอง

ใน 1 ชาติกำเนิด เรามี กรรมเก่า คือกรรมที่ส่งผ่านมาตามการสายเลือดของบุพการี นั่นคือ กรรม พฤติกรรม ต่างๆที่ปรากฏให้เห็นทั้งในขณะรู้สำนึก และไร้สำนึก และการแสดงออกทางอารมณ์ จะสอดคล้องกับ พ่อแม่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา เครือญาติทั้งข้างเคียงและห่างไกล ในทางโหราศาสตร์ กรรมเก่านี้ คือดวงชะตาของคนเราที่อ่านได้จากดวงดาวและปัจจัยต่างๆตาม จักรราศี เราจึงเห็นคนนามสกุลเดียวกันมีอาชีพเหมือนกับคนในวงศ์ตระกูลเดียวกัน ตามปรัชญา อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ล้วนเป็นสิ่งเดียวกัน พ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยายเป็นอย่างไร ลูกหลานก็เป็นเช่นนั้น ผู้ชายแต่งงานก็จะได้ภรรยาเหมือนแม่ ผู้หญิงแต่งานก็จะได้สามีเหมือนพ่อ บางครอบครัวอาจจะมีบางคนในครอบครัวที่มีความแตกต่างในระดับพี่น้องกัน แต่ถ้าพิจารณาเชื้อสายข้างเคียง ลุง ป้า น้า อา ก็จะพบความเหมือนของชีวิตได้ การพิจารณาค้นหาความสัมพันธ์เหล่านี้ ทางวิทยาศาสตร์ คือการตรวจ DNA ในทางโหราศาสตร์ ก็สามารถตรวจพบได้ด้วยการวิเคราะห์ปัจจัยสัมพันธ์ในดวงชะตา โหราศาสตร์ยูเรเนียนมีความแตกต่างจากโหราศาสตร์ทั่วไป คือ มีการใช้เรือนชะตาของปัจจัยเจ้าชะตา และเรือนชะตาดาวพระเคราะห์มาวิเคราะห์สิ่งต่างๆได้

ส่วน กรรมใหม่ คือ กรรมที่มากับสิ่งแวดล้อมของการเกิด และสิ่งแวดล้อมของการใช้ชีวิต กรรมใหม่ คือ พฤติกรรม การแสดงออกทางความรู้สึกที่เราจะต้องปรับตัวผันเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่นั่นเอง ในทางโหราศาสตร์เรียกกรรมใหม่คือดวงชะตาที่เราอ่านดวงดาวและปัจจัยต่างๆตาม เรือนชะตา และเรือนชะตานี้จะเปลี่ยนไปต่างสิ่งแวดล้อมที่เราอาสัยอยู่ เช่น เกิดที่ประเทศไทยก็จะมีสิ่งแวดล้อมแบบไทย พอย้ายไปอยู่ต่างประเทศ สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามสิ่งแวดล้อมของประเทศนั้นๆ  การเปลี่ยนที่อยู่หรือที่ทำงานในประเทศที่เกิด สิ่งแวดล้อมของที่ทำงานแห่งใหม่ก็จะไม่เปลี่ยนไปจากเดิม บริบทของสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเปลี่ยนไปได้”ต้อง” มาจากอิทธิพลของเจ้าของพื้นที่ เช่น เมื่อแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่ในบ้านของคู่สมรส สิ่งแวดล้อมของบ้านนั้นก็จะเป็นไปตามเจ้าของบ้านตัวจริง ผู้มาใหม่ต้องปรับตัวให้ได้ตามสิ่งแวดล้อมใหม่ และเขาจะ “จัดพื้นที่เพื่อให้มีสิ่งแวดล้อมเป็นตามกรรมเก่าของเขา” เป็นพื้นที่เล็กๆในสิ่งแวดล้อมทั้งหมด เพื่อให้เขามีชีวิตอยู่ได้

การเกิด คือ การตาย

การเกิด คือการเริ่มต้นสิ่งใหม่ การเริ่มต้นชีวิตใหม่ การเริ่มต้นการใช้ชีวิตใหม่ การเริ่มต้นครอบครัว การเริ่มกิจการธุรกิจใหม่ ซึ่งเมื่อใดที่มีการเริ่มต้น นั่นแสดงว่า ต้องมีการสิ้นสุด

เมื่อมีการปฏิสนธิ เชื้อพันธุ์จากพ่อก็ตายหรือพลัดพรากจากพ่อ เพื่อไปปฏิสนธิหรือเกิดใหม่ในท้องแม่

เมื่อทารกเกิด หรือคลอดจากครรภ์มารดา นั่นคือการตาย หรือพลัดพรากจากครรภ์มารดามาสู่โลกภายนอก

เมื่อเจริญเติบโตของชีวิต ก็คือการเกิดในทุกสถานะของพัฒนาการของชีวิต และตายจากสถานะเดิมด้วย

เมื่อแต่งงาน ก็คือการเกิดสถานะใหม่เป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาว ละทิ้งหรือตายจากชีวิตโสด

เมื่อมีลููก ก็คือการเกิดสถานะใหม่ คือ การเป็น พ่อ แม่ ละทิ้งหรือตายจากการใช้ชีวิตแบบเดิม

ถ้าเบื่อชีวิตก็ควรไปเกิดใหม่

เมื่อก่อนนี้ ผมใช้คำพูดนี้เสมอ เมื่อมีคำถามว่า จะทำอย่างไรจึงจะรวย เพราะในดวงชะตานั้นมีไม่พอที่ต้องการ ผมก็จะบอกว่า เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องรู้ว่าเรามีขีดจำกัดแค่นี้ ถ้าอยากให้ดีกว่านี้ ก็คงต้องไปเกิดใหม่ ก็เป็นการพูดหยอกเล่นกันสนุกๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเกิดใหม่ก็คือการตายจากสถานะเดิมที่เป็นอยู่ เปลี่ยนไปสู่สถานะใหม่ ณ สิ่งแวดล้อมใหม่ เช่น ทำงานที่เดิม ไม่เจริญก้าวหน้าเลย ก็ควรเปลี่ยนลักษณะงานให้ตรงกับชีวิตของตนเอง คนเราไม่ใช่ว่างานอะไรก็ทำได้ คนเราจะมีความสุขกับงานที่ตนชอบ และถนัด แต่ปัญหาของคน คือ ไม่รู้ว่าตนเองชอบ หรือถนัดทำอะไร จึงลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ บางคนเกิดที่หนึ่ง ไปเติบโตอีกที่หนึ่ง และไปทำงานงานอีกที่หนึ่ง และมีความเจริญก้าวหน้ากว่าการอยู่ที่บ้านเกิด แต่ละคนมีดวงชะตาที่แตกต่างกัน ไม่มีใครเหมือนกัน มีแต่คล้ายกัน และเลียนแบบกันไม่ได้ แม้แต่พ่อแม่พี่น้องในครอบครัวเดียวกัน ยังมีความเหมือน และความต่างกัน

การศึกษาโหราศาสตร์ ที่แท้จริง คือการนำความรู้มาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตว่า เมื่อใดควรเดิน เมื่อใดควรหยุดเดิน เมื่อใดต้องเปลี่ยน เมื่อใดควรหยุดนิ่ง บางครั้งการรอคอยเวลา ก็ทำให้สิ่งต่างๆเปลี่ยนไปจนถึงเวลาของตนเอง ดังเช่น การเดินหาความรักก็เหมือนการเดินตามเงา ยิ่งเดินเร็วเท่าไร เงากผ็จะนำหน้าเราเร็วเท่านั้น แต่ถ้าเราหยุดเดินตาม และรอให้ถึงเที่ยงตรงเงาก็จะทับทาบลงบนตัวเรา ความรักก็จะมาหาเราเอง ความสำเร็จก็เช่นกัน

แต่การตาย มิใช่การเกิด

การตาย คือ การสิ้นสุด การพลัดพราก การจากกัน การหมดสิ้นสิ่งที่มี สิ่งที่เป็นอยู่เดิม การเปลี่ยนสถานะเดิมจากมีชีวิตไปสู่การไม่มีชีวิต

ในทางโหราศาสตร์ จักรราศีจะเริ่มที่ราศีเมษ คือการเกิด และดำเนินชีวิตไปตามจักรราศีผ่าน ราศีพฤษภ มิถุน กรกฏ สิงห์ กันย์ ตุลย์ พิจิก ธนู มกร กุมภ์ และมาสิ้นสุดรอบที่ราศีมีน คือความว่างเปล่า ความสิ้นสุด และความตาย

                          IMG_3195

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s