รู้โหราศาสตร์ รู้จักชีวิต ตอนที่ 0

ตั้งแต่เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา ผมเขียนเรื่องของตัวเองกับโหราศาสตร์ เป็นจำนวน 11 ตอน และจะเขียนให้ครบ 12 ตอน ในปีใหม่นี้ จึงตั้งใจที่จะเขียนเป็น Series ชุดใหม่ รู้โหราศาสตร์ รู้จักชีวิต ตอน 0 – 12 ภายใน 12 เดือนข้างหน้านี้

เริ่มตอนแรกที่ ตอน 0 นี้ก็อยากจะเล่าเรื่องกว้างๆว่า อย่างไรคือ รู้โหราศาสตร์ รู้จักชีวิต คนทั่วไปที่ไม่รู้จักโหราศาสตร์ก็มีการดำเนินชีวิตตามปกติของแต่ละคน มีทั้งอยากดูดวง และไม่อยากดูดวง ใช้ชีวิตไปตามเหตุการณ์ และสถานการณ์ต่างๆ ตามวิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรม และความเชื่อของแต่ละคน หลายคนที่มาดูดวงชะตา มีชีวิตตามวิถีของดวงดาว โดยไม่ต้องพึ่งพาหมอดู หรือนักพยากรณ์ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของครอบครัว การศึกษา การทำงาน และอื่นๆ แต่ก็มีอีกหลายคนที่มีเส้นทางชีวิตที่พลิกผัน และยากที่จะคาดการณ์ด้วยตนเองได้ว่า จะตัดสินใจอย่างไรดี บางคนมาหานักพยากรณ์เพียงแค่ถามเพื่อความมั่นใจ และหลายคนมาหาเพื่อหาคำตอบ หรือข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ

ภาพรวมกว้างๆของคนทั่วไปก็มีเพียงเท่านี้ แต่ชะตาชีวิตของคนเรานั้นมีสิ่งอื่นๆอีกหลายปัจจัยที่ “คนไม่รู้ก็จะไม่รู้” หรือ “บางคนที่รู้ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร” โหราศาสตร์มี “สิ่ง” ที่มากกว่าเรื่องของดวงดาว และจักรราศี สิ่งนั้น คือ ปรัชญา และตรรกะของชีวิต

ผมน่าจะเป็นคนหนึ่งที่โชคดีที่ได้เรียนมาจากอาจารย์พลตรีประยูร พลอารีย์ ท่านสอนโหราศาสตร์ด้วยหลักปรัชญา และตรรกะ (Philosophy and Logic) ซึ่งสามารถเทียบเคียงกับพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ หลักการเรียนรู้โหราศาสตร์ เรียนรู้ผ่านปรัชญาของดวงดาว จักรราศี และตรรกะของชีวิต ผมได้นำมาใช้ในการพยากรณ์ และการสอนมาตลอด  ทำให้ได้พบความจริงของชีวิตมนุษย์ว่า เป็นเช่นนี้นี่เอง

ปรัชญา และตรรกะของชีวิต

ปรัชญาโหราศาสตร์ที่นำมาใช้มีหลายปรัชญา ในที่นี้จะนำมากล่าวถึงเป็นตัวอย่างเพียง 1 ปรัชญา และเป็นปรัชญาที่ใช้มากที่สุด “อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ล้วนเป็นสิ่งเดียวกัน” หลักคิดง่ายๆ ก็มาจากการมองบนท้องฟ้า สิ่งที่เราเห็นทุกวัน ก็คือ ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกทุกเช้า และตกทางทิศตะวันตกทุกวัน เมื่อวานก็เป็นเช่นนี้ วันนี้ก็เป็นเช่นนี้ พรุ่งนี้ และวันต่อๆไปก็เป็นเช่นนี้ โดยไม่มีใครรู้ว่าจุดเริ่มต้นเมื่อใด และไม่มีจุดสิ้นสุดว่าเมื่อใดด้วยเช่นกัน ชีวิตของมนุษย์จึงมีเพียงวันนี้เท่านั้นที่เราจะสามารถ เลือกที่จะทำ หรือไม่ทำ เรื่องราวต่างๆ และการที่จะเลือกที่จะทำ หรือไม่ทำนี่เองที่เป็นประเด็นที่ทำให้มนุษย์เราต้องขบคิด หาคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อการตัดสินใจ กระบวนการทางความคิด ไม่ว่ามนุษย์เราจะเรียนรู้วิชาการอะไร ระดับไหนก็ตาม สุดท้ายทุกคนต้องการหาความมั่นใจในข้อสมมติฐานของตนเองทั้งสิ้น

มนุษย์มีความแตกต่างกันด้วย เศรษฐานะ สังคม วัฒนธรรม ประเพณ๊ปฏิบัติ และการศึกษา จึงทำให้ดูเหมือนจะมีวิธีคิดที่แตกต่างกันตามปัจจัยหลักของแต่ละคน แต่ข้อสรุปของความคิดเพื่อการตัดสินใจมีเพียง ทำหรือไม่ทำ ใช่หรือไม่ใช่ ถ้าจะทำควรทำเมื่อไหร่ มนุษย์ เราต้องการเพียง 2 สิ่ง คือ กาละ และเทศะ What and When ส่วนเรื่องอื่นๆนั้น มนุษย์คิดและกำหนดได้เองทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอน กระบวนการ Process Procedure มนุษย์สามารถกำหนดได้ทั้งสิ้น สิ่งที่คนทั่วไปต้องการความมั่นใจที่จะกำหนดมีเพียง What and When ทุกสิ่งอย่างเตรียมพร้อม แต่รอเวลาที่เหมาะสม เพราะมีปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมในแผนงาน และแผนชีวิต

Occupations
อาชีพอะไรดีกับชีวิต

…………… จะลงทุนโครงการเกี่ยวกับอะไร เมื่อไหร่ กับใคร จึงจะทำให้งานสำเร็จไปได้ดี

…………… จะแต่งงานเมื่อไหร่ ในขณะที่ยังไม่มีคนรักเลย

…………… แฟนเก่าจะกลับมามั้ย แฟนใหม่จะดีมั้ย

…………… ควรแต่งงาน หรือเป็นโสดดีกว่ากัน

…………… จะมีลูกมั้ย ลูกสาว หรือชาย ลูกจะดีมั้ย

…………… จะสอบเรียนต่อๆได้มั้ย และจะได้ทำงานตรงตามที่เรียนมั้ย

…………… ควรเล่นหุ้นมั้ย หุ้นตัวไหนดี ควรเล่นตลาดไทย หรือต่างประเทศ

…………… จะรวยมั้ย จะยากจนมั้ย ลูกจะเลี้ยงมั้ย จะพึ่งใครได้บ้าง
เหล่านี้เป็นตัวอย่างคำถามที่หมอดู  และนักพยากรณ์จะได้รับตลอดเวลา  และเป็นคำถามที่ใช้ดวงดาวและหลักปรัชญา อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ล้วนเป็นสิ่งเดียวกัน ตอบได้ทั้งสิ้น
การจะรู้ว่า อดีต คือเมื่อไหร่ อนาคต คือเมื่อไหร่ เพื่อจะทำให้ปัจจุบันควรทำหรือไม่ควรทำนั้น โดยทั่วๆไปนักโหราศาสตร์จะพิจารณาจากวงรอบการโคจรของดวงดาวที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม และเชื่อว่า อาจจะมีไม่กี่คนที่นำหลักการนี้มาใช้ ซึ่งประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้มีความรู้โหราศาสตร์ก็จะไม่รู้ และก็ไม่อาจจะรู้ด้วยว่า สิ่งที่หมอดู หรือนักพยากรณ์บอกมานั้น ใช่หรือไม่ใช่

Time
อะไรที่ไหนเมื่อไหร่

ปรัชญานี้สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้มีความรู้โหราศาสตร์มาก่อนเลยสามารถ คิดได้เอง ก็คือ อดีต ก็คือบรรพบุรุษในครอบครัว เคยสังเกตุกันบ้างไหมว่า ทำไม ครอบครัวที่เป็นทหาร ลูกหลานก็เป็นทหาร ครอบครัวที่เป็นครู ลูกหลานก็เป็นครู การพิจารณาความเป็นมาในอดีตของครอบครัวต้องพิจารณาทุกลำดับชั้นทั้ง 2 ฝั่ง เช่น สายปู่กับสายย่า สายตากับสายยาย สายพ่อ สายแม่ ลำดับในครอบครัว มีวิชาชีพ แนวโน้มการใช้ชีวิต ทั้งชีวิตคู่ โสด หย่า หม้าย แต่งงานใหม่ และ ……….

อีกเรื่องหนึ่งสำหรับคนทั่วไปที่จะประมาณการเรื่องห้วงเวลาของชีวิตที่จะตัดสินใจ ก็ให้ใช้ทฤษฎี 2 คูณ 2 หาร เช่น เคนเกิดเหตุการณ์อะไร เมื่ออายุเท่าไหร่ เหตุการณ์นั้นก็จะเกิดซ้ำอีก เมื่ออาจะเป็น 2 เท่าของเหตุการณ์ในอดีต หรืออยากรู้ว่า วันนี้จะเป็นอย่างไร ก็เอา 2 หารอายุปัจจุบัน แล้วก็ไปพิจารณาดูชีวิตในอดีตว่าเป็นเช่นไร วันนี้ ชีวิตก็จะดำเนินไปในทำนองเดียวกันนั้น เช่นเมื่ออายุ  13 ปี สอบเข้าโรงเรียนได้ พอถึง อายุ 26 ปีก็อาจจะได้งานทำปัจจุบันอายุ 47 ปี อยากเปลี่ยนงาน ก็ไปดูว่า เมื่ออายุ 23-24 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างหรือไม่

intersection2
เลือกอะไรดี

จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ที่จะคิดปรัชญาเหล่านี้ได้เอง แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าที่จะคิด ถ้าหากฝึกคิดบ่อยๆ ก็อาจจะคิดได้ โดยไม่ต้องเรียนโหราศาสตร์นอกจากสิ่งต่างๆที่กล่าวมาแล้ว แต่ละคนก็ยังมีคุณสมบัติเฉพาะของตนเอง ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องนำมาใช้พิจารณาประกอบกับปรัชญา อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ก็คือดวงชะตากำเนิดของแต่ละคน ต่างวัน ต่างเดือน ต่างปี ต่างเวลา ซึ่งก็จะมีปัจจัยความต่างอีกมากที่จะนำมาเล่าต่อไปในตอนต่อๆไป

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s